ห้องธรรมะ





บ้านที่ซื้อมา หรือสร้างขึ้นมา หลวงพ่อชา สุภัทโท ท่านเรียกว่า
บ้านของโลก หรือ บ้านข้างนอก ไม่ใช่บ้านที่แท้จริง
อาศัยอยู่ได้ชั่วคราว แล้วก็ต้องจากไป

บ้านที่สอง คือร่างกาย เราเข้าใจว่าเป็นของเรา 
ก็ไม่ใช่อีก
มันแก่ มันผุพังไปทุกวัน ห้ามก็ไม่ฟัง
อยากให้มัน คงทนถาวร อยู่ยาวนาน ก็เป็นไปไม่ได้

บ้านที่สาม คือ ตัวอัตตา ที่ความคิดจิตใจสร้างขึ้น
แล้วสมมติให้เล่นบท เป็นตัวนั่นตัวนี่
มีตำแหน่ง ยศฐาบรรดาศักดิ์ มีฐานะทางสังคมรองรับ
แต่พอถึงวันเกษียณอายุ บ้านหลังนี้ พังลงในพริบตา
จะยื้อยุดอย่างไรก็ไม่ได้

บ้านที่แท้จริง คือ ความรู้สึกที่มันสงบ
อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
ถูกความคิดและอารมณ์ต่างๆปกคลุมไว้
ต้องอาศัย...การเจริญสติ ให้เกิดสมาธิ และปัญญา
จึงจะมองเห็น และ เข้าไปอาศัยในบ้านหลังนั้นได้

บ้านหลังนี้ เป็นอกาลิโก อยู่ได้ตลอดกาล ไม่มีวันผุพัง
มีความสมบูรณ์พร้อมในตัว ไม่ต้องการเครื่องเรือน
หรือของตกแต่งใดๆเพิ่มเติม
คนที่จะเข้าไปได้ ต้องวางทุกอย่างให้หมดเสียก่อน
จึงจะเข้าไปอาศัยได้

ชีวิตของเราทุกคน เหมือนการเดินทาง
แวะพักชั่วคราว เข้าบ้านหลังนั้น ออกหลังนี้ เรื่อยไป
แต่ไม่เคยสบายใจได้นาน
เพราะมันไม่สงบ เหมือนได้อยู่บ้านตนเอง
บ้านที่แท้จริงของเราอยู่ที่ไหน ?
หลวงพ่อชา สุภัทโท ท่านสอนว่า
"ความสงบ" นั้นแหละ คือบ้านจริงๆของเรา




...................................

เรื่อง"ปาฏิหาริย์"

หนูน้อยวัย 8 ขวบ ได้ยินพ่อแม่บ่นปรับทุกข์กันเรื่องสุขภาพของน้องชายตัวน้อยของเธอ เธอจับประเด็นได้ว่าน้องชายป่วยมาก และพ่อแม่ไม่มีเงินเลย และกำลังจะย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กๆ เพราะหมดเงินไปกับค่ายาของน้องชาย และน้องชายจะหายขาดจากโรคได้จะต้องได้รับการผ่าตัดซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงมาก และพ่อกับแม่ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหน เธอได้ยินพ่อกระซิบกับแม่ว่า มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตน้องชายเธอได้

สาวน้อยเข้าไปในห้องนอน หยิบกระปุกออมสินที่แอบซ่อนไว้ทุบออกแล้วแล้วนับเงินที่เธอหย่อนสะสมมานาน เธอนำเงินจำนวนนั้นไปร้านขายยา คนขายยาถามเธอว่าต้องการอะไร เธอตอบว่า "น้องชายหนูป่วยมาก ขอซื้อปาฏิหาริย์ซักนิดนะคะ"

คนขายยาถามว่า"ขอโทษ หนูจะซื้อยาอะไรนะจ๊ะ?"
"น้องชายหนูชื่อแอนดรู มีเนื้องอกในสมอง คุณพ่อบอกว่า มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเขาได้ หนูขอซื้อปาฏิหาริย์ค่ะ ราคาเท่าไหร่คะ?"
"ที่นี่ไม่มีปาฏิหาริย์ขายจ้ะ เสียใจนะหนู" คนขายยาบอกพร้อมยิ้มอย่างเศร้าๆ
"ฟังนะ หนูมีเงินจ่ายนะ และถ้าเงินนี้ไม่พอจะไปหามาเพิ่มได้อีก บอกมาเถอะราคาเท่าไหร่"

ขณะนั้นภายในร้านขายยามีลูกค้าอีกคนหนึ่ง แต่งกายดี เขาหยุดชะงัก หลังได้ยินคำพูดของเด็กน้อย เขาจึงถามว่า "น้องชายของหนูต้องการปาฏิหาริย์แบบไหนจ๊ะ?"

"หนูไม่รู้" เด็กน้อยตอบ "แต่เขาป่วยมาก คุณแม่บอกว่าเขาต้องได้รับการผ่าตัด แต่คุณพ่อไม่มีเงินจ่าย หนูจึงต้องใช้เงินที่สะสมไว้มาช่วย"
"แล้วหนูมีเงินเท่าไหร่?" ชายผู้นั้นถาม
"หนึ่งดอลลาร์สิบเอ็ดเซ็นต์ แต่หนูไปหามาได้เพิ่มอีกนะ" เธอตอบเสียงแผ่ว
"โอ้...บังเอิญจริงๆ" ชายผู้นั้นกล่าวยิ้มๆ "หนึ่งดอลลาร์สิบเอ็ดเซ็นต์ เท่ากับราคาปาฏิหาริย์พอดี"

เขารับเงินจำนวนนั้นของเธอ จูงมือเธอพร้อมกับบอกว่า"พาฉันไปบ้านของหนู ฉันอยากเจอน้องชายของหนูและพบกับพ่อแม่ของหนู ดูซิว่าปาฏิหาริย์ของฉันจะช่วยได้มั้ย"

ชายคนนั้นเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทชื่อนายแพทย์คาร์ลตัน อาร์มสตรอง...การผ่าตัดครั้งนั้นเสร็จสิ้นลงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่นานนักแอนดรูก็กลับบ้านได้ และหายเป็นปกติ

"การผ่าตัดครั้งนั้น" แม่ของเด็กน้อยพึมพำ "เป็นปาฏิหาริย์จริงๆ อยากรู้จังว่าราคาค่าผ่าตัดจริงๆ เท่าไหร่กันแน่"
เด็กน้อยยิ้ม เธอรู้ดีว่า ปาฏิหาริย์ราคาเท่าไหร่
...หนึ่งดอลลาร์สิบเอ็ดเซ็นต์...บวกกับชะตากรรมของเด็ก

ความมานะพยายามทำให้เกิดปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์อาจมาได้หลายรูปแบบ หมอ ทนายความ ครู ตำรวจ เพื่อน คนแปลกหน้า และอีกมากมาย

แม่น้ำตัดภูเขาได้ไม่ใช่เพราะความแรงของน้ำ แต่เพราะความสม่ำเสมอของสายน้ำ

อย่าสิ้นหวัง จงก้าวเดินไปตามความฝัน...

No comments:

Post a Comment